http://kaireyah.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 อัลกุรอ่าน

 วีดีโอ

 อิสลามใหม่

 ข่าวสารอิสลาม

 กุรอ่านแปลไทย

 ดุอาพื้นฐาน

 ติดต่อเรา

บริการ

หน้าแรก
บทความศาสนา
ฟังอัลกุรอ่าน
สนใจอิสลาม
ตัฟซีรกุรอาน
เว็บบอร์ด
เทปเรียนวันอาทิตย์
ตัฟซีรอัลกุรอ่าน
ดารุลมาอาเรฟ
รวมรูปภาพ
สมัครสมาชิก
สั่งซื้อสินค้า
ฆัยรียะฮ์เทรเวล
ดาวโหลดโปรแกรม
thai-school

ปฎิทิน

« October 2018»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

สินค้า

 เบเกอรี่ฆัยรีย๊ะ
 น้ำดื่มฆัยรีย๊ะฮ์

บทดุอา

รับฟังรายการ

อัลฮาดิษ

หนังสือน่าอ่าน

บทความศาสนา

ทีวีมุสลิม

นำโค๊ดไปติดเว็บ

ร่วมพูดคุย

สถิติ

เปิดเว็บ13/02/2008
อัพเดท09/09/2018
ผู้เข้าชม343,883
เปิดเพจ440,087
สินค้าทั้งหมด6
iGetWeb.com
AdsOne.com

มุอ๊าซ อิบนฺญะบัล : ผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันกิยามะฮฺ

 มุอ๊าซ อิบนฺญะบัล : ผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันกิยามะฮฺ

    ท่ามกลางกระแสการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ส่วนใหญ่พวกเขาจะดำเนินไปตามกระแสของสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยวน และชักนำไปสู่ความหายนะ ดังนั้นสังคมใดที่มีความห่วงใย เพื่อที่จะให้สมาชิกของตนอยู่ในวงกรอบของอิสลามแล้ว ทุกคนก็จะต้องช่วยกันประคับประคองแนะนำสั่งสอน ช่วยกันชี้แนะกำชับกันให้ทำความดีความชอบ และละเว้นการกระทำความชั่ว ช่วยกันตักเตือนให้รำลึกถึงความตาย ซึ่งเป็นของแน่นอนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

     มุอ๊าซ อิบนฺญะบัล : ผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันกิยามะฮฺ 

ท่ามกลางกระแสการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ส่วนใหญ่พวกเขาจะดำเนินไปตามกระแสของสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยวน และชักนำไปสู่ความหายนะ ดังนั้นสังคมใดที่มีความห่วงใย เพื่อที่จะให้สมาชิกของตนอยู่ในวงกรอบของอิสลามแล้ว ทุกคนก็จะต้องช่วยกันประคับประคองแนะนำสั่งสอน ช่วยกันชี้แนะกำชับกันให้ทำความดีความชอบ และละเว้นการกระทำความชั่ว ช่วยกันตักเตือนให้รำลึกถึงความตาย ซึ่งเป็นของแน่นอนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
 
ช่วยกันสั่งเสียให้รำลึกถึงการสอบสวนผลงานของแต่ละคนทั้งความดีและความชั่ว ช่วยกันตักเตือนให้รำลึกถึงสภาพของทุกคนที่จะต้องเผชิญในหลุมฝังศพ กุบูร และวันแห่งการตอบแทน

 

ชีวประวัติของบุคคลสำคัญชั้นนำผู้นี้ คือสาวกคนหนึ่งของท่านร่อซูล ซึ่งท่านได้ให้การรับรองในการเป็นผู้รู้ที่มีไหวพริบ เฉลียวฉลาด เหมาะสมที่จะเป็นผู้แนะนำสั่งสอนประชาชาติของท่าน อีกทั้งท่านยังมีความเป็นคนหนุ่มที่ทุ่มเทเวลาเพื่อแสวงหาวิชาความรู้

 

ขอให้เรามาอ่านชีวประวัติของสาวกผู้นี้ คือ..... มุอ๊าซ อิบนฺญะบัล ผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันกิยามะฮฺ

 

สาวกผู้ยิ่งใหญ่คนนี้คือผู้รู้ทางนิติศาสตร์มุอ๊าซอิบนฺญะบัล เป็นหนึ่งในบรรดาคนหนุ่มชั้นนำของอิสลามเข้ารับนับถืออิสลาม เมื่อครั้งทำสัตยาบันอัลอะเกาะบะฮฺครั้งที่สอง เป็นผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด นับได้ว่าเป็นหนุ่มในบรรดาผู้ขยันหมั่นเพียรชั้นนำของอิสลาม หลักฐานที่เป็นเครื่องพิสูจน์ข้อความดังกล่าวนี้ก็คือ เมื่อครั้งที่ท่านนะบี ได้ส่งเขาไปประเทศเยเมน เพื่อสั่งสอนประชาชนในประเทศนั้นเกี่ยวกับเรื่องของศาสนา

 

ท่านร่อซูล ได้กล่าวถามเขาว่า "ท่านจะตัดสินพวกเขาด้วยอะไร?" เขาตอบว่า "ด้วยกิตาบุลลอฮฺ" ท่านร่อซูล ได้ถามเขาต่อไปว่า "ถ้าหากท่านไม่พบในกิตาบุลลอฮฺเล่า?" เขาตอบว่า "ฉันตัดสินใจด้วยซุนนะฮฺของร่อซูลของพระองค์" ท่านร่อซูล ถามเขาอีกว่า "ถ้าหากท่านไม่พบในซุนนะฮฺของท่านร่อซูลของพระองค์เล่า?" มุอ๊าซตอบว่า "ฉันจะพยายามใช้ความคิดเห็นของฉัน" ท่านนะบี ได้กล่าวว่า "อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ซึ่งประทานความสำเร็จให้แก่ร่อซูลของอัลลอฮฺในสิ่งที่ทำความพอใจให้แก่ฑูตแห่งร่อซูลของอัลลอฮฺ

 

หะดีสบทนี้เป็นหลักฐานยืนยันให้เป็นที่ประจักษ์แก่เราถึงความมั่นใจของท่านร่อซูล ในความเข้าใจของมุอ๊าซในเรื่องศาสนา และความมั่นใจของท่านในตัวของมุอ๊าซอีกว่า เขา สามารถที่จะกลั่นกรองบัญญัติศาสนาจากกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺ เมื่อเขาเผชิญกับปัญหาใดๆ ที่ไม่มีตัวบทชัดแจ้งจากกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺของท่านร่อซูล อันนี้นับได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ขยันหมั่นเพียรชั้นนำของอิสลาม

 

นอกจากนี้ความมั่นใจของท่านร่อซูล อีกประการหนึ่งก็คือ ความเฉลียวฉลาด ความเข้าในปัญหา และความศรัทธาของมุอ๊าซ ในขณะที่เขายังอยู่ในวัยหนุ่มแน่น เขามิใช่เป็นผู้สูงอายุที่มีชีวิตอยู่นานปี เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เขามีความเข้าใจและมีประสบการณ์ในการกลั่นกรองบัญญัติศาสนาที่ถูกต้อง เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า มุอ๊าซ เป็นชายหนุ่มผู้มีความรู้เข้าใจในเรื่องศาสนาและเป็นผู้ศรัทธามั่น เป็นที่รักใคร่ของท่านนะบี

 

วันหนึ่งขณะที่มุอ๊าซนั่งร่วมอยู่ในหมู่ผู้มาร่วมชุมนุมกับท่านร่อซูล ท่านได้กล่าวกับเขาว่า โอ้มุอ๊าซเอ๋ย! ฉันรักท่าน ดังนั้นหลังจากการละหมาดทุกเวลา ท่านอย่าลืมกล่าวข้อความนี้ "โอ้พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือข้าพระองค์ ให้รำลึกถึงพระองค์ท่าน และขอบพระคุณพระองค์ท่าน และปฏิบัติอิบาดะฮฺเป็นอย่างดีต่อพระองค์ท่านอยู่เสมอ"

 

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ความเกรงกลัวและความยำเกรงอัลลอฮฺ ของมุอ๊าซนั้น บรรลุถึงขั้นที่ว่า เขาคาดหวังว่าจะได้พบกับพระองค์ทุกขณะ เขามองเห็นความตายอยู่กับเขาทุกฝีก้าว เขามองเห็นภาพของวันกิยามะฮฺ ภาพของการชำระสอบสวน ภาพของชาวสวรรค์ และภาพของชาวนรก ปรากฏเป็นภาพลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ข้างหน้าเขาอยู่เสมอ ภาพเหล่านี้ทั้งหมดปรากฏอยู่ในห้วงความนึกคิดของเขาทุกขณะ ขอให้เรามาฟังการสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับท่านร่อซูล ซึ่งจะเป็นที่ประจักษ์แจ้งถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว

 

เช้าวันหนึ่งท่านนะบี ได้พบกับมุอ๊าซและได้ถามเขาว่า โอ้มุอ๊าซเอ๋ย! เช้าวันนี้ท่านมีความสุขมากน้อยเพียงใด? เขาตอบว่า เช้าวันนี้ฉันมีความรู้สึกเป็นมุอฺมินที่ศรัทธาอย่างแท้จริงครับท่านร่อซูลุลลอฮฺ!

 

ท่านร่อซูล ได้ถามเขาต่อไปว่าทุกๆความจริงย่อมมีข้อเท็จจริงของมัน ดังนั้นข้อเท็จจริงแห่งการศรัทธาของท่านเป็นอย่างไร? มุอ๊าซได้ตอบว่า เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ถึงเวลาเย็น และเมื่อฉันมีชีวิตอยู่ถึงเวลาเย็นฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ถึงเวลาเช้า ฉันไม่เคยก้าวเท้าไป ณ สถานที่ใดก็ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ก้าวเท้าไปอีกหรือไม่? และเสมือนกับว่าฉันได้มองไปยังกลุ่มชนที่อยู่ในสภาพคุกเข่าที่ถูกเรียกไปดูบันทึกของตน และเสมือนกับว่าฉันเห็นชาวสวรรค์ อยู่ในสวรรค์ในสภาพที่เป็นสุข และชาวนรกอยุ่ในนรกในสภาพที่ถูกลงโทษ

 

ท่านร่อซูล จึงได้กล่าวกับเขาว่า ท่านรู้จักข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ดังนั้นจงยึดมั่นต่อไปเถิด!! นี่คือคุณลักษณะที่แท้จริงของมุอ๊าซอิบนฺญะบัล ชายหนุ่มที่รอความตายอยู่ทุกขณะ มองเห็นสภาพของวันกิยามะฮฺปรากฏอยู่ข้างหน้าของเขา เป็นภาพลักษณ์ที่ประกอบด้วยความโกลาหล และ การชำระสอบสวนของวันนั้น ดังนั้นจึงนับได้ว่าเขาอยู่ในระดับอันยิ่งใหญ่ที่มีความเกรงกลัวอัลลอฮฺ เขามีความเกรงกลัวอยู่เสมอขณะที่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้าของเขา เขาจะไม่เคลื่อนไหวไปในสภาพใด และจะไม่พูดเป็นคำพูดออกมา เว้นแต่การกระทำของเขานั้นจะเป็นที่โปรดปรานของพระองค์ ตะบาร่อกะวะตะอาลา

 

ส่วนมาตรฐานหรือระดับความรู้และความเข้าใจในเรื่องของบัญญัติศาสนานั้น ท่านนะบี เป็นผู้กำหนดและเป็นผู้จัดระดับให้แก่เขา ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ในหะดีสที่ว่า "มุอ๊าซอิบนฺญะบัล เป็นผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันกิยามะฮฺ" เป็นการพอเพียงแล้วมิใช่หรือที่ท่านร่อซูล เป็นผู้ยืนยันและรับรองว่าเขาเป็นผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันอันยิ่งใหญ่คือ วันกิยามะฮฺ

 

ส ำหรับผู้ที่เข้าร่วมรับฟังการอมรมในเรื่องของศาสนาที่ได้จัดให้มีขึ้นแต่ละครั้ง จะเห็นได้ว่ามุอ๊าซได้ตอบปัญหาอย่างฉะฉาน เพราะเขาท่องจำอัลกุรอานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังท่องจำหะดีสได้อีกทั้งหมด และสัญชาติญาณที่พรักพร้อมอันเด่นชัดของเขา ได้ช่วยให้เขาได้ตัดสินชี้ขาดในเรื่องศาสนาด้วยหลักฐานจากอัลกุรอาน หรือซุนนะฮของท่านร่อซูล หรือการให้ความคิดเห็นส่วนตัวของเขา

 

มีสาวกคนหนึ่งซึ่งได้เข้าร่วมวงฟังการบรรยายทางศาสนธรรมของมุอ๊าซ กล่าวว่า คำพูดที่ออกมาจากปากของเขาเปรียบเสมือนแสงสว่างหรือเสมือนแสงสว่างหรือดวงประทีป ทุกๆคำพูดของเขาได้แผ่รัศมีออกมาด้วยความศรัทธา ความยำเกรง และความเชื่อมั่น

 

มุอ๊าซได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเยเมนพร่ำสั่งสอน และแนะนำในเรื่องของศาสนาแก่บรรดามุสลิมในประเทศนั้น จนกระทั่ง ท่านร่อซูล ได้ถึงอะญัลของอัลลอฮฺ ณ ขณะนั้นมุอ๊าซจึงเดินทางกลับไปยังนครอัลมะดีนะฮฺ และพำนักอยู่ที่นั่น เพื่อบรรยายสั่งสอนบรรดามุสลิมที่มาร่วมละหมาด ณ มัสยิดอันนะบะวีย์

 

มุอ๊าซเป็นผู้ที่น่าไว้วางใจและเชื่อถือได้ในด้านที่เกี่ยวกับวิชาความรู้ทางศาสนาผู้ที่ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เมื่อได้ยินได้ฟังบรรยายหรือคำสั่งสอนของเขาจะรู้สึกงงงันหรือเคลิบเคลิ้ม และจะพากันถามว่าชายหนุ่มผู้รอบรู้คนนี้เป็นใคร ซึ่งเขาจะตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว และแน่นอน อาอิซ อิบนฺ อับดิลลาฮฺ ได้เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งฉันได้เข้าไปในมัสยิดพร้อมกับบรรดาสาวกบางคนเพื่อทำละหมาด ซึ่งในขณะนั้นอยู่ตอนต้นสมัยของคอลีฟะฮฺอุมัร อิบนฺ ค๊อฏฏ๊อบ ฉันได้พบเห็นชนกลุ่มหนึ่ง ประมาณ 30 กว่าคน นั่งล้อมวงอ่านหะดีสบทหนึ่งจากท่านร่อซูลุลลอฮฺ และผู้ที่นั่งอยู่กลางวง เป็นเด็กหนุ่มผิวคล้ำ คำพูดหรือคำบรรยายของเขาอ่อนโยนและชัดเจน เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุน้อยที่สุด ที่นั่งอยู่กลางวงล้อมของกลุ่มชนนั้น ผู้ใดที่มีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจสิ่งใดเกี่ยวกับหะดีสหรือปัญหาใดๆ ก็จะเข้าไปถาม และหาความกระจ่างจากเขา อาอิซ ได้กล่าวว่า เมื่อการบรรยายได้เสร็จสิ้นลง เขาได้เข้าไปถามมุอ๊าซว่า ท่านเป็นใคร โอ้ยาอับดัลลอฮฺ มุอ๊าซได้ตอบเขาด้วยความถ่อมตนและนอบน้อมว่า ฉันคือมุอ๊าซ อิบนฺญะบัล

 

อุมัร อิบนุลค๊อฏฏ๊อบ เมื่อประสบกับปัญหาใดๆ ก็จะไปหามุอ๊าซ อิบนฺญะบัล เพื่อให้เขาชี้แจงข้อสงสัยหรือตอบปัญหานั้นๆ เมื่อมุอ๊าซได้ชี้แจงหรือตอบปัญหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อุมัรก็จะกล่าวขึ้นว่า "หากไม่มีมุอ๊าซแล้ว อุมัรจะเสียหายแน่ๆ"

 

ความเชื่อมั่นหรือการให้เกียรติของอุมัรที่มีต่อมุอ๊าซอย่างมากมาย ถึงขนาดที่ เมื่อผู้ว่าราชการเมืองชามคือ อะบูอุบัยดะฮฺ อิบนิลญัรรอหฺ ได้เสียชีวิตลง อุมัรมิได้ลังเลใจที่จะแต่งตั้งมุอ๊าซเป็นผู้ว่าราชการแทนทันที ยิ่งไปกว่านั้นครั้งหนึ่งมีผู้ถามอุมัร ว่าหากท่านขอร้องพวกเราให้สัตยาบันกับท่าน เพื่อแต่งตั้งค่อลีฟะฮฺแทนท่าน ท่านจะเลือกใคร? อุมัรได้ตอบทันทีว่า หากมุอ๊าซ อิบนฺญะบัล ยังมีชีวิตอยู่ ฉันก็จะแต่งตั้งเขาอย่างแน่นอน แล้วเมื่อฉันได้ไปหาพระเจ้าของฉัน พระองค์ก็จะถามฉันว่า เจ้าได้แต่งตั้งใครเป็นตัวแทนของประชาชาติมุฮัมมัด ฉันก็จะตอบว่า ข้าพระองค์ได้แต่งตั้ง มุอ๊าซ อิบนฺญะบัล เป็นตัวแทนของประชาชาติมุฮัมมัด เพราะข้าพระองค์ได้ยินท่านนะบี ได้กล่าวไว้ว่า "มุอ๊าซอิบนฺญะบัลคือผู้นำของบรรดาผู้รู้ในวันกิยามะฮฺ"

 

นอกจากนี้ข้าพระองค์ยังได้ยินท่านนะบี ได้กล่าวไว้อีกว่า มุอ๊าซ อิบนฺญะบัล เป็นผู้มีความรู้ดียิ่งในหมู่ประชาชาติของฉันเกี่ยวกับเรื่องหะล้าล และหะรอม

 

มุอ๊าซ อิบนฺญะบัลมองเห็นว่า วิชาความรู้อย่างเดียวจะไม่อำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้รู้ แต่จำเป็นจักต้องให้เขานำเอาวิชาความรู้ไปปฏิบัติด้วย และเห็นว่าไม่สมควรที่จะทุ่มเทเวลาเพื่อการทำอิบาดะฮฺเท่านั้น และไม่เห็นด้วยที่จะผินหลังให้กับดุนยา ครั้งหนึ่งมุอ๊าซได้สั่งเสียผู้ที่เข้าร่วมฟังคำบรรยายของเขาว่า "จงถือศีลอด และจงละศีลอด จงทำละหมาด และจงนอนพักผ่อนด้วย จงทำความดีและอย่าทำบาป ท่านอย่าตายเว้นแต่ท่านจะอยู่ในสภาพของการเป็นมุสลิมอย่างแท้จริง และจงระวังการวิงวอนของผู้ถูกข่มเหง"

 

ทั้งๆ ที่ชื่อเสียงของมุอ๊าซ อิบนฺญะบัล ได้ขจรขจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ในฐานะ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 Muslimthai

 คณะกรรมการกลางอิสลาม

วิทยุเสียงอิสลาม

 บรรยายธรรมอิสลาม

 อิสลามอินไทยแลนด์

อนาชีด

view